ONCE UPON A TIME…

30 กันยายน, 2008

กาลครั้งหนึ่ง หญิงสาวเริงระบำท่ามกลางท่วงทำนองพริ้วไหวของเสียงเพลงแห่งความสุข

กาลครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มมอบหัวใจให้หญิงสาว ทั้งหมดที่เขามี

กาลครั้งหนึ่ง สรรพสิ่งรอบตัวสวยงามด้วยความรัก

กาลครั้งหนึ่ง คือ นิทานเรื่องเก่า มีเธอ มีเขา มีรักเราผลิบาน

กาลครั้งหนึ่ง คือ เรื่องราวแสนหวาน ขับขานผ่านช่วงเวลายาวนาน เป็นอดีตที่ไม่มีทางหวนคืน

กาลครั้งหนึ่ง ………

* Once in the past when love still in deep touch, Bliss was sprinkling around… By one man from “once upon a time” planet


แค่ความรัก… มันไม่พอ

16 เมษายน, 2009

ความรัก มีค่าเท่ากับ ศูนย์

เมื่อขาดด้วยองค์ประกอบทั้งหลายทั้งปวง

ความรัก + เงิน จะอัพค่าความรักขึ้นไปถึง 70%

ความรัก + ความเข้าใจ ก็เพิ่มค่าขึ้นไปอีก 20%

ความรัก + อื่นๆ อีกจิปาถะ อาจเพิ่มค่าให้ความรักพุ่งถึง 100% ได้

……………….

เคยพูดมาตลอดว่า แค่ความรัก มันไม่มีค่า

ไม่มีค่าพอให้คน 2 คนอยู่ด้วยกัน

ไม่มีค่าพอให้คน 2 คนอดทนซึ่งกันและกัน

ไม่มีค่าพอให้ชีวิตคู่เดินไปให้สุดทางฝันได้

แต่ที่ผ่านมา เราแค่คิดในแง่ของความรักแบบชู้สาว

จนวันนี้ หลังจากดู I am sam จบ

หลังจากนั่งคิดอยู่พักใหญ่

แม้แต่ความรักของบุพการี เมื่อขาดสิ่งประกอบอื่น

ก้ไม่มีทางสมหวังได้เหมือนกัน

เศร้านะ…………….. ความรัก

 

ปล. แต่นี่ก็แค่ความคิดเห็นของผู้หญิงคนนึง ที่มองโลกในแง่ร้าย เท่านั้น

 

…………………………………………..


ก็เป็นซะอย่างเงี้ยย…

5 เมษายน, 2009

หายไปซะนาน นานขนาดที่ว่า ลืม user พร้อม password ของตัวเองไปซะดื้อๆ

มันเป็นไปได้จริงๆ คนเรา -*-

ทั้งที่ตั้งใจว่า จะไม่ทิ้งไดอารี่ส่วนรวมฉบับนี้

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอยกความผิดทุกกระทงให้ “ตัวขี้เกียจ”

ที่สะบัดอย่างไรก็ไม่เคยหลุดออกไปจากชีวิตได้สักที

ใครผ่านมาอ่าน มีวิธีดีๆ เพื่อกำจัดตัวขี้เกียจได้ ก็รบกวนฝากข้อความไว้ให้หน่อย

จะถือเป็นพระคุณอย่างสูง

ช่วงที่หายไป มีอะไรๆ เกิดขึ้นหลายต่อหลายอย่าง

ทั้งที่ดี และที่เลว แต่ก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปเหอะ

(ไม่ใช่อะไร ก็เพราะขี้เกียจอีกนั่นแหละ )

บ่นมาพอแล้ว รู้สึกหนังตาจะหย่อน เพราะเพิ่งเสร็จกิจจากสุกี้หม้อโต

เอาไว้มาต่อกันใหม่ละกัน

แต่จะไม่สัญญาแล้ว ว่าจะมาตลอด เพราะเสียคำพูดมาหลายที

เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

………………………………………………………


เมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึง…

17 มกราคม, 2009

*

**

***

วันนี้วันเสาร์ ยังเป็นอีกวันทำงาน (ที่น่าเบื่อ)

ที่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีอะไรทำเลยแม้แต่อย่างเดียว

แต่คุณก็ต้องเข้ามาเพื่อตอกบัตรและนั่งเฝ้าหน้าจอ

เพียงเพื่อรอจนกว่าเวลาจะเดินไปครบแปดชั่วโมง

จะว่าไปแล้ว ถ้าจะให้พูดกันถึงเรื่องการๆ งานๆ ในตอนนี้

คงมีคำๆ เดียวที่จะ จำกัดความได้

“เบื่อ”

ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน จนถึงวันนี้กว่า 4 ปีมาแล้ว

4 ปี กับอีก 3 งาน

เฉลี่ยๆ แล้ว ก็ตกงานละ 1 ปีนิดๆ ฟังดูน่าประทับใจ ใช่มั้ย ?

งานแรกอาจใช่ที่เราไม่อดทน แต่คนเรามักต้องขวนขวายหาสิ่งที่ชอบ และดีกว่า

งานที่สอง คืองานที่คิดว่าชอบ ตั้งใจที่จะจริงจัง แต่ดูเหมือนเจ้าของกิจการไม่คิดแบบนั้น ปิดบริษัท จบไม่สวย

งานที่สาม ปัจจุบัน คืองานที่ใช่ งานที่ใช่ ในวันที่ผิด 55+ ตัวเลขไม่งาม และกำลังจะหาทางปล่อยเกาะเราอยู่

ดูเหมือนความผิดหวังเป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กับเราอย่างแท้จริง

อาจเป็นเนื้อคู่ กระดูกคู่มาแต่ชาติปางก่อน

หยิบจับอะไร ดูเหมือนจะผิดหวังไปซะทุกอย่าง

ไม่ได้คิดโทษใคร หรืออะไรทั้งสิ้น

เพียงแค่ตั้งความหวังไว้เล็กๆ ว่าสักวันน่าจะมีวันของเราบ้าง

วันที่ สักอย่างในชีวิตจะสำเร็จ แบบคนอื่นๆ เค้า…


ไม่(อยาก)หลับ ไม่(อยาก)นอน

25 ตุลาคม, 2008

11.23 / 25-10-08

เคยมั้ย ไม่อยากหลับ

ทั้งที่เหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ แต่ถึงเวลาที่จะได้พักจริงๆ กลับไม่ต้องการ

ดูหนังกล่อมตัวเอง 1 เรื่องก็แล้ว 2 เรื่องก็แล้ว

ไม่ใช่เพราะมีเรื่องราวค้างคาให้ครุ่นคิด

ไม่ใช่เพราะกลัวฝันร้ายจะตามหลอกหลอน

แค่ไม่อยากล้มตัวลงหลับตานอนก็เท่านั้น

เป็นแบบนี้หลายต่อหลายหน แต่ยังหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้

อาจเพราะลึกๆ กลัวว่าหากหลับไปเราจะหายไปจากโลกใบนี้

กลายเป็นใครคนนึงที่ไม่มีตัวตน

หรือไม่แน่ เราอาจจะแค่กลัวการนอนคนเดียว

แต่ถึงที่สุดแล้ว เราก็มนุษย์ธรรมดาที่ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้

ที่สุดแล้วเราจะต้องหลับตาลงเพื่อดำดิ่งไปสู่ความมืดมิด

ทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากทำแบบนั้นเลยก็ตาม


เมื่อฉันเป็นโรคประหลาด

14 ตุลาคม, 2008

12-10-51 / 18.00 น.

หลังพาตัวเองและน้องสาวกลับจากการช้อปปิ้งที่กินเวลากว่า 5 ชั่วโมง พร้อมเหงื่อโทรมกาย และเท้าที่ระบม

น้องสาว : ขาตัวเองเป็นอะไรอ่ะ เป็นจ้ำๆ เต็มเลย

เรา : (เอี้ยวตัวไปดู แล้วก็ต้องตกตะลึง) เฮ้ย เป็นไรวะ

จ้ำแดงๆ หลายจ้ำปรากฎอยู่บนต้นขาด้านหลัง ทำให้เราเกิดอาการวิตกขึ้นมาแบบช่วยไม่ได้

และหลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แบบถึงพริกถึง ถึงสาเหตุของจ้ำแดง จาก แม่ น้องสาว น้องเขย จนหนำใจ

สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ควรไปปรึกษาหมอดีกว่า

หลังจากอาบน้ำ ทานข้าวเย็นเป็นที่เรียบร้อย ก็ให้น้องสาวพาไปคลินิกปากซอยด้วยสภาพสุดโทรม

เสื้อตัวโคร่งๆ กับกางเกงขาสั้น หน้าตา ผมเผ้าไม่ได้สนใจทั้งสิ้น

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บใจมาถึงตอนนี้ ด้วยเพราะคุณหมอน่ารัก 55+

** แต่เดี๋ยวก่อน เพราะประเด็นสำคัญที่จะบอกเล่า มันคือเรื่องต่อไปนี้ต่างหาก

หมอ : คันมั้ยคับ

เรา : ไม่ค่ะ

หมอ : เจ็บมั้ยคับ

เรา : ไม่ค่ะ

หมอ : ไปกินอะไรแปลกมาบ้างหรือเปล่าคับ

เรา : ไม่ค่ะ

หมอ : (ทำหน้าคล้ายๆ หนักใจ) งั้นต้องลองเจาะเลือดออกมาตรวจพวกเกล็ดเลือดนะครับว่ามีปัญหารึเปล่า

เรา : (เจาะเลือด เข็ม หมอบอกให้เจาะเลือด หลังจากนั้นหน้าคงเริ่มซีด ใจเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นมาก่อน หมอจะเจาะ หรือพยาบาลเจาะวะ เมื่อกี้วัดความดันให้ก็มือหนักซะ แล้วถ้าเส้นเราหายากต้องเจาะหลายครั้งจะไหวมั้ยเนี่ยกรู …ฯลฯ)

เรา : เจาะเยอะมั้ยคะหมอ (กลั้นใจถามไปแม้จะรู้คำตอบ) 

หมอ : (หันมามองหน้าคล้ายจะหน่ายๆ) ถ้าไม่พร้อมหมอจะจัดยาไปให้กินก่อนละกันนะครับ

เรา : (ยิ้มแบบโล่งอก พร้อมตอบไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ) ค่ะ

………………

เคยได้อ่านเรื่อง Phobia ว่าด้วยความกลัวทั้งหลายของมนุษย์

หลายความกลัวทำเราขำ และหลายความกลัวทำเราข้องใจ

จะมีคนกลัวอะไรแบบนี้จริงเหรอ

แต่จะยังไงก็ช่าง อาการจ้ำแดงๆ ในวันนี้ก็ทำให้เรารู้ตัวว่า ตัวเองก็ป่วยเป็นโรค Phobia เช่นกัน

เพียงแต่ในตอนนี้ เรายังตัดสินใจไม่ได้เท่านั้นเองว่าระหว่าง

Aichmophobia (โรคกลัวของแหลม) กับ Algophobia (โรคกลัวเจ็บ)

เรามีอาการของความกลัวอันไหนมากกว่ากัน


ทุกสิ่งไร้ค่า ถ้าไม่มีคุณ

12 ตุลาคม, 2008

If i ain’t got you

Some people live for the fortune  Some people live just for the fame  Some people live for the power yeah
Some people live just to play the game  Some people think that the physical things
Define what’s within  I’ve been there before  But that life’s a bore  So full of the superficial

Some people want it all  But I don’t want nothing at all
If it ain’t you baby  If I ain’t got you baby
Some people want diamond rings  Some just want everything
But everything means nothing  If I ain’t got you

Some people search for a fountain  Promises forever young
Some people need three dozen roses  And that’s the only way to prove you love them

And in a world on a silver platter  And wondering what it means
No one to share, no one who truly cares for me

Some people want it all  But I don’t want nothing at all
If it ain’t you baby  If I ain’t got you baby
Some people want diamond rings  Some just want everything
But everything means nothing  If I ain’t got you

Some people want it all  But I don’t want nothing at all
If it ain’t you baby  If I ain’t got you baby
Some people want diamond rings  Some just want everything
But everything means nothing  If I ain’t got you

If I ain’t got you with me baby
Nothing in this whole wide world don’t mean a thing
If I ain’t got you with me baby  

………………………………………. 

 **

หลายๆคนมีชีวิตอยู่เพื่อบางสิ่งบางอย่าง โชคชะตา ชื่อเสียง อำนาจที่ไม่ยั่งยืน หรืออยู่เพียงเพื่อเล่นเกมกับชีวิต

หลายคนต้องการสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น แหวนเพชรเม็ดงาม น้ำอมฤตเพื่อชีวิตอมตะ หรือกุหลาบหลายพันดอกเพื่อพิสูจน์รักแท้

เราก็คนหนึ่งที่เคยเป็นแบบนั้น เคยตกอยู่ในวันที่ย่ำแย่ รอบกายมีแต่ความจอมปลอม

แต่จนถึงตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณ

เมื่อไหร่จะพบคุณ??

 


คนไร้โชค

9 ตุลาคม, 2008

แด่ ทุกท่านที่ได้ชื่อว่า ‘ไร้โชค’

…โชค มีกี่ด้านกันนะ

โชคด้านครอบครัว (ฐานะความเป็นอยู่ ความอบอุ่นของคนในครอบครัว)

โชคด้านการงาน

โชคด้านการเงิน

โชคด้านความรัก

โชคลาภอื่นๆ

แต่ดูเหมือน 24 ปีมานี้ จะได้พบสิ่งที่เรียกว่า ‘โชค’ น้อยเต็มที

หรือจะให้พูดอีกที คือไม่มีโชคเลย

เพราะฉะนั้น อย่าขอให้หยิบล็อตเตอรี่ให้ (กรณีนี้คงต้องบอกแม่คนเดียว)

เพราะแค่คิดก็ถูก (กิน) แล้ว

ยิ่งโชคด้านความรัก ถ้ามีคงไม่โสดจนอายุ 24

แต่วันนี้ เกิดปรารกฎการณ์เหนือความคาดหมาย 

ได้รางวัล (และก็เป็นรางวัลที่กำลังอยากได้อยู่พอดี)

555+

** เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่ไร้โชคที่สุด ใช่ว่าจะไม่มีโชคเอาซะเลย


สัญญาว่าไม่ลืม

6 ตุลาคม, 2008

หนังจบไปแล้ว แต่น้ำตายังไหลไม่ขาดสาย

Sky of love รักเรา… นิรันดร

หนังญี่ปุ่นพล็อตเดิม ที่ยังไงก็เศร้าเหมือนเดิม

อารมณ์คล้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่เคยอ่านเมื่อครั้งก่อน

ที่สุดท้าย พระเอกก็ต้องตาย แต่รักของทั้งคู่ยังคงมีอยู่นิรันดร์

**

ความตาย ไม่ใช่การพลัดพรากที่เจ็บปวดที่สุดหรอก

แต่การถูกใครสักคนลืมไปจากหัวใจต่างหาก ที่น่าจะเจ็บปวดที่สุด


Hello Stranger – Devil’s Highway

4 ตุลาคม, 2008

กอดกันแค่เพียงเบาๆ

2 ตุลาคม, 2008

บางถ้อยคำจาก โอเพ่นไดอารี่

“เรากอดกันเพียงเบาๆ ดีกว่าไหม เผื่อถึงเวลาต้องคลายมือจะได้ไม่เจ็บปวดมาก”

เราคิดตามและเห็นด้วย มันเป็นวิธีปกป้องตัวเองที่ดีวิธีหนึ่ง

แต่ “เรา” (ในที่นี้หมายถึง เจ้าของบล็อก “กาลครั้งหนึ่ง” เพียงคนเดียว) ไม่เคยทำได้

แม้จะเคยคิด คบกันเพียงผิวเผินท่าจะดีกว่า เวลาจากจะได้ไม่เสียใจมาก

แม้จะเคยคิด แต่ยังไม่เคยทำได้สักที

ลองได้ถูกใจ ไม่ว่าเพศไหน สถานะใด ก็ให้มันทั้งใจทุกคน

กอดไปซะแน่นแบบนั้นแล้ว การปล่อยมือก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากระทำ

ใครบ้างอยากทิ้งความอุ่นที่หัวใจ

แต่สุดท้าย แม้รู้จัก รู้ใจ บางคนก็ยังคงห่างหาย เพราะแรงฉุดพรากจากกาลเวลา และระยะทาง

หวนนึกขึ้นได้ก็ใจหาย ที่ต้องเสียคนรู้จัก รู้ใจไปอีกคน

1 2 3 4……

เหลือไว้แค่รอยอุ่นจางๆ ที่หัวใจ

กาลครั้งนึง “เรา” ก็เคยมีใครบางคน


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.